เอฟเอคัพ รอบที่ 4 คู่ที่น่าสนใจ

เอฟเอคัพ รอบที่ 4 คู่ที่น่าสนใจ

ต้องบอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กว่าจะผ่านเข้ารอบเอฟเอคัพมาได้ นี่หืดขึ้นคอทีเดียว การเจอกับวัตฟอร์ด ว่ากันตามตรงไม่ได้ง่ายเท่าไรนัก แต่การเอาชนะเพียงแค่ 1-0 ก็ทำเอาแฟนบอลเฉพาะกิจบ่นอุบไปเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะยังแข่งรอบ 3 กันไม่จบ แต่ว่าตอนนี้ได้มีการจับสลากเอฟเอคัพ รอบ 4 กันออกมาแล้วมีคู่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

แมนยู พบ ลิเวอร์พูล
คู่เอกของการแข่งขันรอบนี้ คงหนีไม่พ้นการเจอกันของแดงเดือด ที่คราวนี้จะมาไฟต์กันรอบนอกอีกครั้งหนึ่ง การมาเจอกันระหว่าง แมนยู กับ ลิเวอร์พูล ในรอบนี้ คงเป็นอะไรที่แฟนบอลคงใส่กันเต็มที่เหมือนกัน คู่นี้เจอกันที่ไหนยังไง ก็ต้องขอเอาชนะไว้ก่อน ยิ่งถ้าเป็นบอลถ้วยแบบนี้ใครชนะได้ โม้ไปยาวจนจบซีซั่นได้เลย

ฟูแล่ม พบ เบิร์นลี่ย์
อีกคู่เป็นการมาเจอกันของ ทีมในระดับพรีเมียร์ลีคด้วยกันเองอย่าง ฟูแล่ม กับ เบิร์นลี่ย์ คู่นี้เรามองว่าน่าสนใจเพราะว่าตอนนี้ทั้งคู่ น่าจะมองไปที่การอยู่รอดในลีคมากกว่าจะมาสนใจบอลถ้วยแบบนี้ แต่ว่าการมาเจอกันของทีมในระดับพิกัดใกล้เคียงกันแบบนี้ แม้จะเป็นทีมผสม ทีมสำรองลงก็ยังน่าสนใจว่าทั้งคู่ใครจะผ่านเข้าไปได้

เซาธ์แฮมป์ตัน หรือ ชรูว์สบิวรี่ พบ อาร์เซนอล
คู่ต่อมาเราก็มองว่าน่าจะเป็นการเจอกันของ ทีมจากพรีเมียร์ลีค อาร์เซนอล ที่ไปยืนรออยู่แล้ว จะเจอผู้ชนะระหว่าง เซาธ์แฮมป์ตัน หรือ ชรูว์สบิวรี่ เรามองว่าถ้าไม่พลาดกันไปเอง นักบุญแดนใต้ ไม่น่าพลาดไปเจอกับอาร์เซนอล ทีนี้ อาร์เซนอล ในช่วงนี้ถือว่าความมั่นใจเริ่มกลับมา น่าจะมาบดกับ เซาธ์ ที่ซีซั่นนี้ฟอร์มแรงดีเหลือเกิน

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ พลีมัธ
คู่สุดท้ายเรายกการเจอของทีมต่างระดับอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เจอกับ พลีมัธ ดูจากลีคต้องบอกว่า ห่างกันเยอะเพราะพลีมัธ เล่นในลีควัน หากไล่ตามลำดับนี่คือลีคอันดับ 4 แต่จากฟอร์มของเชฟฟิลด์ ที่ยังไม่ดีขึ้นเท่าไร แล้วอาจจะมุ่งไปที่การเอาตัวรอดในลีคก่อนมาสนใจบอลถ้วย งานนี้ ถ้าพลีมัธ มาดีอาจจะมีพลิคล็อคได้เห

ส่องเกมประกบคู่รอบ 3 เกมคาราบาวคัพ

ส่องเกมประกบคู่รอบ 3 เกมคาราบาวคัพ

ตอนนี้แม้ว่าเกมพรีเมียร์ลีคยังไม่เตะนัดแรกกัน แต่ว่าอีกด้านหนึ่งเกมบอลถ้วยรองของเกาะอังกฤษอย่าง เกมคาราบาวคัพ เริ่มต้นขึ้นไปแล้ว ตอนนี้กำลังเดินทางไปสู่รอบที่สอง แล้วรอบที่สามต่อเลย ทีนี้รอบที่สามมันสำคัญตรงที่ทีมระดับพรีเมียร์ลีคจะลงมาเตะด้วย แม้ว่ารอบสองยังเตะกันไม่เรียบร้อย ฝ่ายจัดการแข่งขันได้จับสลากเตะรอบสามไว้รอ ทีมใหญ่พรีเมียร์ลีคมีคู่ไหนน่าสนใจ
เลสเตอร์ กับ อาร์เซนอล
ต้องบอกว่ามาเจอกันเร็วไปหน่อยสำหรับ ทีมระดับพรีเมียร์ลีคที่ไม่ได้เป็นทีมในลีคเดียวกัน แต่เป็นทีมระดับบนของตารางด้วย เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องมาเจอกับอาร์เซนอล คู่นี้จึงต้องกลายเป็นคู่เอกของเกมรอบนี้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย บอกเลยว่าเกมนี้ใส่กันยับแน่นอนแม้จะเป็นถ้วยรองแต่ไม่มีใครอยากตกรอบตั้งแต่หัววันหรอก
แบรดฟอร์ด หรือ ลินคอร์น เจอกับ ลิเวอร์พูล
สำหรับลิเวอร์พูล ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งทีมขวัญใจแม่ยกในบ้านเรา รอบสามนี้จากที่จับสลากมาพวกเค้าไม่น่าจะยากในการเจอผู้ชนะระหว่าง แบรดฟอร์ด หรือ ลินคอร์น ดูทรงแล้วไม่น่าเหลือบ่ากว่าแรงเท่าไร จะมีเรื่องน่ากังวลตรงที่ลิเวอร์พูลจะได้บุกไปเยือนนี่แหละ จะทำได้ดีแค่ไหน
เรดดิ้ง หรือ ลูตัน เจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อีกหนึ่งทีมที่ต้องบอกว่าน่าจะทำให้แฟนบอลใจชื้นกันไปสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะไปยืนรอบที่สาม เพื่อเจอผู้ชนะระหว่าง เรดดิ้ง หรือ ลูตัน ทาวน์ ดูทรงแล้วไม่น่าจะเป็นงานยากของแมนยูเท่าไร จะห่วงอย่างเดียวที่ต้องไปเยือนนี่แหละ ถ้าไม่พลาดกันเองก็สบายตัวไปเกมนี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอกับ บอร์นมัธ หรือ คริสตัล พาเลซ
เพื่อนร่วมมืออย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องบอกว่าตรงกันข้ามเลยเจองานยากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบอร์นมัธ หรือ คริสตัล พาเลซ ใครหลุดมา แมนซิตี้ก็เหนื่อย(แต่ไม่ยากจะเอาชนะ) บวกกับความได้เปรียบเล่นในบ้านด้วย ส่วนคู่อื่น เชลซี , สเปอร์ส เจองานไม่ยากเท่าไร ถ้าไม่พลาดก็ผ่านได้สบาย

ทีมจากโถ 3 ที่ไม่มีใครอยากเจอ

แม้จะเพิ่งฉลองกันเสร็จ แต่การแข่งขัน UCL ซีซั่นถัดไปได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงเวลาของการแข่งรอบคัดเลือกเพื่อกรองทีมที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มกับทีมที่ยืนรออยู่ ต้องมาดูว่าในรอบคัดเลือกชั้นที่ 3 ใครจะเป็นผู้เหลือรอดออกมาได้โดยปกติทีมที่มาจากสายนี้จะเป็นทีมในโถ 4 แต่ที่เราจะพูดถึงก็คือทีมในโถ 3 ที่บอกเลยว่ามีแต่แข็งๆกันทั้งนั้นมีใครกันบ้าง

แอร์เบ ไลป์ซิก

ทีมแรกเป็นทีมหน้าใหม่ในวงการนี้จาก บุนเดสลีก้า เยอรมัน แอร์เบ ไลป์ซิก แม้ว่าซีซั่นที่แล้วพวกเค้าจะไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศก็ตามที แต่ว่าค่าสัมประสิทธิ์ของทีมยังน้อย บวกกับไม่ได้จบลีคด้วยตำแหน่งแชมป์ ทำให้พวกเค้าต้องหล่นมาที่โถ 3 ตามลำดับ บอกเลยว่าแม้จะอยู่โถ 3 แต่ชื่อชั้นของพวกเค้าไม่ธรรมดาเลย คำถามเดียวอยู่ที่ว่าการไม่มี ติโม แวร์เนอร์ จะทำให้พวกเค้าโหดเหมือนเดิมหรือไม่

อินเตอร์ มิลาน

ทีมที่สองมาจาก เซเรีย อา อิตาลี ที่ต้องใช้คำว่า ยักษ์หลับได้ตื่นขึ้นแล้ว จากฝีมือคนปลุก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ทำให้อินเตอร์ มิลานเกือบแย่งสคูเดตโต้มาจาก ยูเวนตุสได้แบบไม่น่าเชื่อ มาคราวนี้พวกเค้าอยู่โถ 3 พร้อมกับนักเตะที่ฟอร์มเข้าฝักมาก อย่าลืมว่าพวกเค้าเป็นรองแชมป์ ยูโรป้าลีคด้วยนะ บวกกกับ แท็คติคส์สไตล์อิตาเลี่ยนขนานแท้ทำให้ใครที่เจอบ่นอึดอัดในเกมรับที่เล่นแล้วมันติดขัดจนหัวร้อนแน่นอน

ลาซิโอ

อีกหนึ่งทีมส่งเข้าประกวด โดยเซเรีย อาก็คือ ลาซิโอ อินทรีฟ้าขาว กลับมาบินสูงอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนานบนเวทีนี้ การกลับมาคราวนี้ หลายคนอย่าได้ประมาทนักเตะที่เราไม่ค่อยรู้จักกันเลยทีเดียว ผลงานได้ 78 คะแนน เท่ากับ อตาลันต้า เป็นรองแค่ลูกได้เสีย เลยตกมาเป็นอันดับที่ 4 เบียด โรม่า, เอซี มิลาน ขึ้นไปได้ บอกเลยว่าถ้าประมาท น้ำตาตกได้เลย

แมนยู แผนลวงโลกที่ควรเลิก

ตอนนี้ข่าวคราวเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะไม่น่าเชื่อว่าแม้จะเป็นตลาดหน้าหนาวที่อาจจะไม่ค่อยหวือหวาเท่าไร กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย ข่าวการซื้อตัวนักเตะคนนั้นคนนี้ สนใจนักเตะคนนั้น อยากได้คนนี้ อยากย้าย อยากไปมีออกมาทุกวัน หนึ่งในตัวละครสำคัญของหน้าสื่อตอนนี้ก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราขอบอกว่าแผนลวงแบบนี้ควรเลิกได้แล้ว
สารพัดข่าวไม่ได้สักคน
ตลาดหน้าหนาวแบบนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วนใหญ่ไม่ค่อยซื้อเท่าไร เนื่องจากซื้อแล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เท่าที่นึกออกซื้อมาแล้วดี ก็ต้องย้อนไปไกลถึงดีลของ วิดีช กับ เอฟร่า สองตำนานกองหลังที่ซื้อมาตลาดหน้าหนาวที่ทำให้แฟนบอลเกาหัวแกร็กๆว่าใครหว่าแต่กลับดีอย่างที่เรารู้จักกันดี ตัดภาพกลับมาตอนนี้มีข่าวซื้อตัวนักเตะเยอะแยะมากมายทั้งในประเทศ ต่างประเทศ สารพัดข่าวมากมาย แต่กลับไม่ได้ใครสักคนมาร่วมทีมเลย เป็นเรื่องที่แฟนบอลชินกันเสียแล้ว
แผนลวง หลอกแฟนบอล
ข่าวอยากตัวนักเตะคนนั้น คนนี้ ที่กำลังฟอร์มดีกับต้นสังกัดต้องบอกว่าตอนนี้มันถูกใช้ในอีกความหมายหนึ่งไม่ได้เกี่ยวกับนักเตะ ทีมฟุตบอลอีกต่อไปแล้ว แต่ข่าวพวกนี้มีผลต่อแฟนบอลโดยตรง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยข่าวซื้อนักเตะออกมาแบบนี้ก็เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นของตัวเองมากกว่า พูดง่ายๆว่าเอาข่าวเหล่านี้มาทำให้แฟนบอลตื่นเต้น สนใจทีม แย่งพื้นที่หน้าสื่อ เพื่อกลบความผิดพลาดในสนาม ผลการแข่งขัน ทีม นักเตะ และอีกมากมายที่จะทำให้แฟนบอลเบื่อ 
เอาจริงแผนแบบนี้ บอร์ดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะเลิกได้แล้ว เพราะนอกจากมันจะไม่ได้ผล แฟนบอลเค้ารู้ทันหมดแล้วว่าไม่มีปัญญาซื้อใครมาแน่นอน มันยังปิดความผิดพลาดบนสนามไม่ได้เลย ไม่เพียงเท่านั้นการมีข่าวกับนักเตะมากมายไม่ได้หมายความว่าทีมแมนยูเป็นทีมที่ดีใครก็อยากมานะ มันดูเป็นตัวตลกมากกว่า(มีข่าวไปทั่วแต่คว้าใครมาไม่ได้เลย) แม้จะเป็นข่าวทุกวันชิงพื้นที่สื่อมาได้ แต่เป็นตัวตลกแบบนี้ ไม่คุ้มเลยเอาจริงๆ เลิกเหอะ

เจาะประเด็นหลังจบเกม ปิศาจแดง เดือดขยี้ บอยส์ เข้ารอบ 16 ทีม

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลชื่อดัง เอาชนะเข้ารอบได้สำเร็จ หลังจากสามารถยิงคว้าชัยได้ในนาทีที่ 91 ซึ่งการันตีอย่างน้อยแล้วว่าอันดับ 2 แน่นอนแล้วตอนนี้ ส่วน ยังบอยส์ ผู้พ่ายแพ้ ต้องตกรอบไปแล้ว
อย่างน่าเสียดายหลังเพิ่งจะทำได้แค่ 1 คะแนนเท่านั้นจาก 5 นัด จากเกมดังกล่าว มาเจาะดูกันว่ามีประเด็นไหนบ้างที่น่าสนใจในนัดนี้

1. มาร์คัส แรชฟอร์ด” คว้าใจ โชเซ มูรินโญ ยังไม่สำเร็จ
นับตั้งแต่ นักเตะ”โรเมลู ลูกากู” เล่นหลุดฟอร์มไป ดูเหมือนว่าอนาคตของ “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการได้โอกาสลงเป็นตัวจริงบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามศูนย์หน้าวัย 21 ปีคนนี้ก็ยังไม่สามารถ
ฉวยโอกาสนั้นไว้ได้โดยเฉพาะเมื่อเขายังสร้างผลงานอันน่าประทับใจให้ โชเซ มูรินโญ ไม่ได้เลย อย่างเช่นผลงานในเกมนัดนี้ อย่างไรก็ตาม แรชฟอร์ด แสดงให้เห็นถึงความขยันและความเร็วที่ยอดเยี่ยม
ทักษะการพลิกบอลหรือการเลี้ยงบอลที่ทำได้ค่อนข้างดี แต่เขากลับขาดความคมไปเสียดื้อ ๆ เมื่อโอกาสยิงทั้ง 6 ครั้งของเขาไม่มีลูกไหนที่ได้ประตูเลย และตรงกรอบเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น
โดยเฉพาะในนาทีที่ 5 ซึ่งเป็นโอกาสแรกของเขาแล้วในเกมนี้ แต่เมื่อเขาได้บอลจาก “ลุค ชอว์” จนสามารถเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ “ดาวิด ฟอน บัลโมส” แต่เขากลับชิปข้ามคานออกไป เหตุการณ์นี้ทำเอา โชเซ มูรินโญ
อารมณ์เสียตั้งแต่ต้นเกมกันเลยทีเดียว

2. เป็นอีก 1 ครั้งที่ครึ่งแรก  ปิศาจแดง ไม่สามารถทำประตูได้
ถึงแม้ว่าจะ ปิศาจแดง จะครองบอลมากกว่าสัดส่วนที่ 70 ต่อ 30 และโอากสทำประตูก็มากกว่าครึ่งต่อครึ่ง ที่ 8 ครั้ง แต่สุดท้ายแล้วในครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้
และนับเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันแล้วที่ครึ่งแรกแฟนบอล ปิศาจแดงไม่ได้ เฮ กันเลย อย่างไรก็ดีประตูสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ในครึ่งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ในเกมที่พวกเขาออกไปเยือน บอร์นมัธ
ซึ่งตอนนั้นผู้ทำประตูก็คือ อ็องโตนี มาร์กซิยาล แต่ในเกมนี้ มาร์กซิยาล เพิ่งมีโอกาสยิงแค่ครั้งเดียวแต่ก็ถูกบล็อกจาก ยังบอยส์ เอาไว้ได้ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสบุกแต่อย่างใด
พวกเขาทำได้ดีเลยทีเดียวโดยเฉพาะกองหน้า อย่าง มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ ลินการ์ด มีความเร็วในการจ่ายบอลสูง แต่สุดท้ายของพวกเขากลับไม่แม่นเอาเสียเลยโอกาสยิงของพวกเขาจึงน้อยกว่าที่ควร
แถมจังหวะที่ได้ลุ้นประตูก็ยังทำพลาดไปเองอีกอย่างน่าเสียดาย ไม่น่าแปลกใจที่ โชเซ มูรินโญ จะดูหัวร้อนขนาดนั้น

3. โอกาสของ “ฟิล โจนส์” เมื่อกองหลังที่มีผลงานเยี่ยมสุดบาดเจ็บ
การบาดเจ็บของกองหลังที่มีแจ่มที่สุดในของ “วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ” เปิดโอกาสให้ “ฟิล โจนส์” ได้โชว์ฝีเท้า ซึ่งถือเป็นโอกาสดี ๆ ของเขา อีกทั้งคู่แข่งเป็นทีมเล็ก ๆ อย่าง ยังบอยส์ เพราะมันทำให้เขาไม่ต้องเจอ
กับความกดดันสักเท่าไหร่ และสามารถทำหน้าที่ในแนวหลังได้อย่างดี ผลงานในครั้งนี้ของเขาก็น่าพอใจอยู่ไม่ธรรมดาทีเดียวสำหรับนักเตะคนนี้ โดยเขาสามารถตัดบอลจากคู่แข่งได้ 3 ครั้ง สกัดจากเท้า 1 ครั้ง
เคลียร์บอลทิ้งอีก 3 ครั้ง และยังเอาชนะลูกกลางอากาศได้อีก 2 ครั้งด้วย  ถ้าหาก ชอว์, ลินเดเลิฟ และ มาร์กซิยาล สามารถพลิกกลับมาจากผู้ที่ถูกลืมกลายเป็นฮีโร่ได้ โจนส์ ก็คงทำได้เหมือนกัน

4. ” ดาบิด เด เคอา” นายประตูมือเหนียวที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
ดาบิด เด เคอา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมทีมอย่าง เรอัล มาดริด หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ถึงกล้าทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีม หลังจากพิสูจน์ฝีมือป้องกันประตูแบบเหนียว ๆ ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
เก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้ โดยในนาทีที่ 70 ของเกมการแข่งขัน ยังบอยส์ ได้ลูกเตะมุมที่ฝั่งซ้าย การเปิดจังหวะแรกของพวกเขาโดน เฟลไลนี เคลียร์ออกมาได้ บอลไปเข้าทาง อูลิซิส การ์เซีย ได้ตั้งป้อมยิงจากนอกเขตโทษ
บอลชิ่งไปโดนตัว เอ็มบาบู เปลี่ยนทางจนเกือบจะข้ามเส้นประตู แต่ ดาบิด เด เคอา กลับพุ่งไปปัดได้ทันทีชนิดที่บอลนั้นข้ามเส้นไปแล้วครึ่งลูกด้วยซ้ำ หากไม่มีจังหวะดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะเป็นล้มเหลวได้
ในเกมนี้ก็ได้ และนั่นจะยิ่งทำให้งานของพวกเขายากขึ้นอีก

5. “มูรินโญ” หัวร้อนและกระสับกระส่าย
ไม่น่าเชื่อว่า ปิศาจแดง ในฤดูกาลนี้จะฟอร์มตก ประสิทธิภาพลดลงทั้ง ๆ ที่ทีมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ในการทำประตูอย่างในเกมลีกพวกเขาเพิ่งจะยิงได้แค่ 20 ประตูเท่านั้น น้อยที่สุดในกลุ่มท็อปซิกซ์ด้วยกัน
ในขณะที่เกม แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาเพิ่งจะยิงได้แค่ 5 ลูกก่อนเกมนี้ แถมยังเป็นการยิงไม่ได้ติดต่อกันถึง 2 นัดอีกด้วย เมื่อประกอบกับฟอร์มตกในเกมที่แล้วกับ คริสตัล พาเลซ ที่เปิดบ้านเสมอกันไป 0-0 โชเซ มูรินโญ
ดูจะกระสับกระส่ายเหลือเกินกับผลงานที่ไม่น่าพอใจของลูกทีม และเขานั้นก็เก็บอาการไว้ไม่อยู่ตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกมเมื่อ มาร์คัส แรฟชอร์ด ชิปบอลข้ามคานออกไปทั้ง ๆ ที่กำลังหลุดเดี่ยวอยู่แท้ ๆ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสหลังจากนั้นอีกประมาณ 19 ครั้ง แต่พวกเขาอัดลูกบอลเข้าไปตาข่ายไม่ได้เสียที อีกทั้งยังเกือบจะมาเสียประตูให้ลูกแฉลบของ เอ็มบาบู ด้วย โชคยังดีที่ เด เคอา ยังมีสติพอที่จะปัดออกมาได้
ในที่สุดเมื่อทีมได้ประตูที่ต้องการ มันก็เหมือนกับการยกภูเขาออกจากอกของ  “มูรินโญ” ซึ่เขาแสดงความรู้สึกสะใจโดยการหยิบราวกระติกน้ำของลูกทีมเขวี้ยงไปกับพื้น เหมือนกับจะบอกว่า “ได้สักทีโว้ย”

6. ผลสรุป กลุ่มอี, เอฟ, จี, เอช
กลุ่มอี:
ผลบอล บาเยิร์น มิวนิค 5-1 เบนฟิก้า (ร็อบเบน 13', 30', เลวานดอฟสกี้ 36', 51', ริเบรี 76' – เกดซอน 46')
ผลบอล เออีเค เอเธนส์ 0-2 อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม (ทาดิช 66', 72')
บาเยิร์น กับ อาหยักซ์ เข้ารอบแน่นอนแล้ว รอชิงแชมป์กลุ่มกันอีกที เบนฟิก้า ได้ไปเตะ ยูโรป้าลีก แน่นอนแล้วเช่นกัน ส่วน เอเธนส์ ตกรอบ

กลุ่มเอฟ:
ผลบอล โอลิมปิก ลียง 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (กอร์เนต์ 62, 81' – ลาปอร์ต 62', อเกวโร 83')
ผลบอล ฮอฟเฟนไฮม์ 2-3 ชักตาร์ โดเน็ตสก์ (ครามาริช 17', ซูเบอร์ 40' – อิสไมลี 13', ไทซอน 15', 92')
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้ารอบแน่นอนแล้ว และต้องการอีกแค่ 1 แต้มเพื่อคว้าแชมป์กลุ่ม ในขณะที่ ลียง อันดับ 2 จะเจอกับ ชักตาร์ อันดับ 3 ในเกมสุดท้าย ลียง ขอแค่เสมอ
ในขณะที่ ชักตาร์ ต้องชนะเท่านั้นจึงจะได้ไปต่อ ส่วน ฮอฟเฟนไฮม์ ยังมีลุ้นไป ยูโรป้าลีก หาก ชักตาร์ แพ้ แล้วพวกเขาชนะ แมนฯ ซิตี้ ได้ในเกมสุดท้าย

กลุ่มจี:
ผลบอล ซีเอสเคเอ มอสโก 1-2 วิคตอเรีย พัลเซน (วลาชิช 10' – โปรคัซก้า 56', เฮย์ด้า 81')
ผลบอล โรมา 0-2 เรอัล มาดริด (เบล 47', บาสเกซ 59')
เรอัล มาดริด เป็นทีมแรกที่การันตีแชมป์กลุ่มจากการีเฮดทูเฮดเหนือ โรมา อันดับ 2 ส่วน โรมา การันตีอันดับ 2 และพื้นที่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้วเช่นกัน ด้
าน ซีเอสเคเอ กับ พัลเซน ยังต้องชิงพื้นที่ ยูโรป้า โดยทั้งคู่มีแต้มเท่ากัน แต่ พัลเซน เฮดทูเฮดดีกว่า ถ้าเกมหน้าจบลงด้วยผลเหมือนกันทั้งคู่ พัลเซน จะได้ไป ยูโรป้าลีก

กลุ่มเอช:
ผลบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ยังบอยส์ เบิร์น (เฟลไลนี 90+1')
ผลบอล ยูเวนตุส 1-0 บาเลนเซีย (มานด์ซูกิช 59')
ยูเวนตุส กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ารอบแล้วชิวไปแล้วโดยต้องไปชิงแชมป์กลุ่มในเกมสุดท้าย ซึ่ง ยูเวนตุส ต้องชนะเท่านั้นจึงจะการันตีอันดับ 1
ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด จะคว้าแชมป์กลุ่มในทันทีหากพวกเขาเอาชนะ บาเลนเซีย แล้ว ยูเวนตุส ไม่ชนะ ยังบอยส์ ด้าน บาเลนเซีย ไปเตะ ยูโรป้าลีก แน่นอนแล้ว และ ยังบอยส์ ตกรอบ